Zethwood's profile.:: My Space of Rhapsodi...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    Let It Be ...

    ยามพบตนว่ายวนห้วงปัญหา
    ปรากฏแก่ข้าฯซึ่งมารดามารี
    เอื้อนโอษฐ์เอ่ยถ้อยปัญญาวจี
    จักปล่อยทุกสิ่งนี้ตามวิถีครรลอง

            รู้สึกคุ้นเคยกับบทกวีด้านบนนี้บ้างหรือเปล่าครับ? ถ้ายังคงนึกอะไรไม่ออก ลองพิจารณาอีกสี่วรรคด้านล่างนี้

    อีกในโมงยามแห่งความมืดมิด
    ยืนสถิตย์ไว้ด้วยร่างนางเบื้องหน้า
    เอื้อนโอษฐ์เอ่ยถ้อยปัญญวาจา
    ให้วิถีชี้มรรคานำพาไป

            หากยังคงตื้อตันก็ไม่เป็นไรครับ ลองสละเวลาอันมีค่าของท่านเลื่อนสายตาขึ้นไปดูหัวเรื่องสักนิด เชื่อว่าผู้อ่านส่วนใหญ่น่าจะทราบถึงที่มาของกลอนสองบทนี้ หรือถ้าไม่ ... ผมถอดความสองบทนี้มาจากท่อนแรกของเพลง Let It Be ของ The Beatles ครับ อนึ่ง ต้องขอออกตัวก่อนว่าผมปราศจากซึ่งเจตนาที่จะขัดแย้งกับบรรดาแฟนานุแฟนของสี่เต่าทองหรือ Sir Paul McCartney แต่อย่างใด หากเพียงต้องการเสนออีกมุมมองสำหรับเนื้อความเพลง Let It Be ซึ่งเป็นเพลงที่ผมชอบเพลงหนึ่งและสามารถกล่าวได้ว่าตั้งแต่เริ่มจำความได้ก็คุ้นชินกับท่วงทำนองอันติดหูไปเสียแล้ว ...

            เพื่อมิให้เป็นการเสียเวลา ... ขอเข้าประเด็นด้วยคำถามว่า "การปล่อยปัญหาทิ้งไว้ให้ดำเนินไปตามเส้นทางของมัน" นั้นเป็น "ทางออกที่ดีที่สุด" แล้วหรือ? นั่นไยมิใช่เท่ากับหนีปัญหาโดยไม่คิดหาหนทางแก้ไข? ก้มหน้ายอมรับชะตาฟ้าโดยไร้ซึ่งจุดมุ่งหมาย? ... แต่ละคนอาจมีมุมมองที่ผิดแผกแตกต่างกันไป สำหรับผมนั้นเชื่อว่า "หากสามารถลิขิตซึ่งเส้นทางชีวิตแห่งตนย่อมมิเสียทีที่ถือกำเนิดมา" หากพานพบเรื่องราวเลวร้ายสาหัส แล้วคิดเพียงว่า "เดี๋ยวมันก็ดีเอง" โดยมิได้ทำสิ่งใด ก็เป็นเพียงการปลอบใจตัวเองไปโดยเปล่าประโยชน์ เป็นความจริงที่ว่า "อาจ" มีหลายปัญหาที่คลี่คลายตัวลงไปในทางที่ดี แต่หากเลือกที่จะปล่อยปลงทุกสิ่งทุกอย่างไปตามยถากรรมก็มีค่าเทียบได้เพียงให้ "ผู้อื่น" บงการความเป็นไปของชีวิต ไยมิสู้เงยหน้าท้ารบมรสุมที่ผ่านเข้ามาอย่างอาจหาญเด็ดเดี่ยว ... ทั้งนี้ มิได้หมายความให้กระทำการฝืนครรลองธรรมชาติแต่อย่างใด วิถีทางคลี่คลายปัญหาที่คล้อยไหวไปตามครรลองแห่งสรรพสิ่งอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักเหตุและผลยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ทั้งในอดีต จวบจนปัจจุบัน และจะยังคงปรากฏต่อไปในอนาคตกาลเบื้องหน้า ... อย่างน้อยที่สุดแล้ว การได้ลองหันหน้าเผชิญปัญหาจักเป็นการเสริมสร้างคุณค่าเป็นรางวัลชีวิตให้แด่ตัวตนบุคคลผู้นั้นโดยปราศจากข้อกังขาใดใดอย่างแน่นอน ...

            หากเพียงยังมีบางสิ่ง ... สิ่งที่ไร้ซึ่งหนทางเปลี่ยนแปรแก้กลาย ... มาตรแม้นทุ่มเทพยายามมากมายสักเพียงใด ... สิ่งที่ไม่มีวันหวนย้อนคืนมา ... คงทำได้เพียงปล่อยให้ดำเนินไปตามเส้นทางของมัน ... ตามท่วงถ้อยปัญญาวจี ...

    "จักปล่อยสิ่งนี้ไปตามวิถีครรลอง"

    Lost in Time ...

    คล้ายลางเลือน คล้ายเลื่อนลอย

    เรื่องราวมิอาจไม่จดจำ
    พร่ำเพรียกเพียงความว่างเปล่า
    กระแสแห่งเวลาล่วงเลย
    พัดพาผ่านความรวดร้าว

    อดีตยังคงรอคอยอยู่เบื้องหน้า
    คล้อยหลังเพียงปัจจุบันกาล
    อนาคต ณ ห้วงความเป็นจริง

    ฤาเพียงสิ่งลวง ...

    ปลายทาง ...
    คล้ายไกล คล้ายใกล้

    แว่วเสียงละห้อยหวนจากห้วงความทรงจำ
    ราวอัคคีแผดเผา
    ราวเย็นเยือกเสียดสังขาร
    ราวความมืดมนอนธกาล

    ฤาเพียงมายาภาพ ...

    มีตัวตน ไร้ตัวตน
    ท้ายสุดเพียงจิตวิญญาณ์

    หลงทางอยู่ภายในห้วงแห่งเวลา ...